มาแล้วค่ะ !!! หลังจากที่อุ้มได้ Unboxing และลองเล่นเจ้า iPhone 6s ไปเมื่อวันก่อน แต่อาจจะยังไม่จุใจ วันนี้อุ้มจะมาเล่าให้ฟัง ถึงการใช้งานของ iPhone 6s และตอบคำถามที่อุ้มตั้งเอาไว้ตั้งแต่ก่อนได้ลองของจริง โดยขอแบ่งหัวข้อเป็นดังนี้นะคะ

  • มันต่างอะไรจาก iPhone 6 ?
  • เทียบกับ Note 5 แล้ว จะเปลี่ยนกลับมาใช้มั้ย ?
  • iPhone 6s เหมาะกับใคร?

อย่ารอช้า เดี๋ยวเราไปเริ่มกันที่หัวข้อแรก ที่คนถามเข้ามามากที่สุดกันเลยดีกว่าค่ะ กับ รีวิว iPhone 6s จัดเต็มแบบไทยไทย :: เทียบ iPhone 6 เทียบ Note 5 ไปชมกันเลยค่า

ถ้าย้อนไปดูตระกูล s ทั้งหมดจาก Apple อุ้มคงจะนึกถึง iPhone 4s เป็นรุ่นแรก เพราะเป็นการแนะนำ Siri ให้เราได้รู้จักกัน ต่อมาเป็น iPhone 5s ที่เป็นการเริ่มต้นใช้งาน Touch ID ตั้งแต่นั้นมา เพราะฉะนั้น คาแรคเตอร์ของสาย s  ก็จะเป็นลักษณะของ หน้าตาเหมือนเดิม แต่ข้างในที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้น แน่นอนว่า iPhone 6s ก็หน้าตาไม่ได้เปลี่ยนไปจาก iPhone 6 เลยค่ะ แต่ก็มีบางอย่างที่ Apple มาแนะนำให้เรารู้จักกันในรุ่นนี้ และนี่คือ 6 สิ่งที่ทำให้ iPhone 6s แตกต่างจาก iPhone 6

3D Touch

เทคโนโลยีที่เจ๋งที่สุดในปีนี้ คงจะไม่พ้น หน้าจอ 3D Touch หรือที่ Apple เคยเรียกว่า Force Touch ใน Apple Watch ค่ะ 3D Touch เป็นการเพิ่ม Function ให้กับ iPhone แบบเนียนๆ รวมทั้งทำให้ความน่าเบื่อของหน้า Home ลดลงไปได้บ้างค่ะ อธิบายการใช้งาน 3D Touch ง่ายๆ คือ ปกติเราจะใช้การแตะ ลาก หรือแตะค้างบน iPhone ใช่มั้ยคะ คราวนี้ให้ลองกดแบบหนักๆลงไปดูบ้าง ซึ่งตอนแรกคาดว่าจะกดยากกว่านี้นะคะ พอมาเล่นจริงๆ บอกเลยว่ากดง่าย และพอเล่นจนคุ้น เราสามารถกดแบบ 3D Touch (ขอเรียกตาม Apple ว่า Peek & Pop นะคะ)ให้เป็นธรรมชาติได้ ใครอยากลองใช้งาน 3D Touch สามารถแยกออกมาได้เป็น

  1. Peek ที่ไอคอนที่รองรับ เช่น กล้อง เมล Safari Instagram (และคาดว่าแอพอื่นๆ จะทยอยรองรับมากขึ้นเร็วๆนี้ค่ะ) เมื่อ Peek ที่ไอคอน ก็จะเจอเมนูที่เด้งเพิ่มเติมขึ้นมา เราสามารถใช้วิธีการนี้เป็นทางลัดในการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆในแอพนั้นๆ ได้ไวขึ้น
  2. Peek ที่เมล ข้อความ หรือเว็บไซต์ผ่าน Safari จะมีตัวอย่างของเมล ข้อความ หรือเว็บไซต์ขึ้นมาให้เราดู โดยที่ไม่ต้องเสียเวลากดเปิดเข้ามา ถ้าเราต้องการดูแบบเต็มๆ ก็ให้กดค้างไว้ จนหน้านั้นเด้งขึ้นมาแบบเต็มๆ สะดวกมากค่ะ
  3. Peek ที่ Live Photo ภาพจะทำการเคลื่อนไหว
  4. หากเรามีการเปิดแอพไว้ เพียงเรา Peek ที่ขอบจอด้านซ้าย แล้วลากเข้ามาตรงกลาง ก็จะเป็นการเข้าหน้า Multitasking โดยไม่ต้องกดปุ่ม Home 2 ครั้ง ชีวิตดี๊ดี
  5. Peek ที่ Keyboard จะกลายเป็น Cursor เลื่อนๆแทนเม้าส์ได้ค่ะ อันนี้แปลกดี เหมือน Trackpad ของ Macbook เป๊ะ

Touch ID Gen 2

นับตั้งแต่ iPhone เริ่มมี Touch ID บน iPhone 5s และค่ายอื่นๆก็เริ่มมีตามๆกันมาอีกเพียบนะคะ ก็ถึงคราวที่การใช้งาน Touch ID บน iPhone 6s ต้องมีการพัฒนากันบ้าง เพราะถ้าเอาตรงๆ ถือว่าช้ากว่าค่ายอื่นๆไปแล้ว และ Touch ID Gen 2 บน iPhone 6s ทำได้ดีขึ้นมากกก คนละเรื่องกับรุ่นก่อนๆเลยค่ะ เพราะกดเบาๆก็เข้าได้แล้ว อันนี้ถือว่าดีมาก

กล้อง

อันนี้คงจะอ่านกันมาเบื่อแล้วนะคะ ว่ากล้องหน้าเปลี่ยนจาก 1.2 MP เป็น 5 MP กล้องหลังเปลี่ยนจาก 8 MP เป็น 12 MP สามารถถ่ายวิดีโอถึงระดับ 4K มี Retina Flash มี Live Photos แต่เดี๋ยวก่อน … การใช้งานจริงจะเป็นยังไง ???

ส่วนตัวอุ้ม ถ้าเป็นภาพในแสงปกติ เมื่อเปิดดูในมือถือ ระหว่าง iPhone 6 กับ iPhone 6s ก็ไม่ได้เห็นความแตกต่างจนต้องร้องว้าว แต่จะเห็นได้ว่า iPhone 6s จะเก็บรายละเอียดได้มากกว่า แต่เมื่อเป็นภาพในที่แสงน้อย iPhone 6s กลับทำออกมาได้ดีจนเห็นได้ชัดเลยค่ะ ไปดูภาพเปรียบเทียบกับ iPhone 6 และ Note 5 กันดีกว่าค่า ทั้งหมดถ่ายด้วยโหมดออโต้ ไม่มีการตกแต่งภาพเพิ่มเติมนะคะ

คุณภาพกล้องหน้า ชัดขึ้นกว่าเดิมแน่นอนค่ะ แต่ว่าความชัดก็มาพร้อมกับความจริง อันนี้ก็ขึ้นอยู่ว่า ถ้ายังชอบแบบเบลอๆหน่อย น่าจะชอบ iPhone 6 มากกว่า 555 ส่วนของ Retina Flash นี่มันสร้างขึ้นมาเพื่อสาวๆหนุ่ม ที่ชอบถ่ายรูปเซลฟี่ในผับ เพราะจากเมื่อก่อนที่ต้องให้เพื่อนๆช่วยส่องไฟจากมือถือ ตอนนี้ก็เปิด Retina Flash ที่มีความสว่างเหมือนเปิดแฟลชให้กล้องหน้า ไปดูความแจ่มซะก่อนค่ะ สาวๆชอบแน่ๆ

ส่วนของ Live Photos จะดีกว่านี้ ถ้าเราสามารถส่ง Live Photos ให้กับมือถือรุ่นอื่นๆ ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ค่ะ เก็บไว้ดูคนเดียวไปก่อนนะคะ 555 ถ้าดึงมาไว้ในคอม จะกลายไฟล์วิดีโอทันทีค่ะ

ความเร็ว

ความเร็วของ iPhone 6s ทำได้ดีมากๆ คือกดปุ๊ปวิ่งปรู๊ดปร๊าดหมดเลย ยิ่งถ้าเทียบกับ iPhone 6 บางเครื่อง ที่อัพเป็น iOS 9 แล้วเครื่องช้าลง ด้วยประสิทธิภาพ รวมทั้งแรมที่เพิ่มขึ้นมา เลยทำให้ iPhone 6s ชนะไปขาดลอยเลยค่ะ เรื่องความเร็ว และใครที่เคยหงุดหงิดเรื่องเปิด Safari หลายๆหน้า แล้วมีการรีเฟรชอยู่บ่อยๆ ปัญหานี้ได้หมดไปใน iPhone 6s แล้วนะคะ

Always-on Siri

อันนี้คือชอบมากค่ะ เพราะว่าใน iPhone 6s เราจะสามารถเปิดโหมด Always-on Siri ไว้ได้ เมื่อเรากดเปิดแล้ว ถึงเราไม่ได้จับเครื่อง แค่พูดว่า “หวัดดี Siri” ด้วยเสียงที่เราตั้งค่าไว้ ก็จะคุยกับ Siri ได้เลยทันที เหมาะสำหรับเวลาขับรถ หรือว่าไม่สามารถไปกดที่เครื่องได้ สะดวกมากๆค่า

วัสดุ และสี Rose Gold

ทุกครั้งที่มีการออกสีใหม่ๆมา ก็จะเป็นที่สนใจให้กับทุกคนมากกว่าสีเดิมๆนะคะ สำหรับสี Rose Gold ก็เป็นสีออกชมพูทองๆ ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง เพราะไม่ได้หวานเจี๊ยบจนเกินไป และหลายๆคนเลือก Rose Gold เพราะสร้างความแตกต่างให้กับ iPhone 6s ได้แบบชัดเจน สวยดีนะคะ รวมทั้งวัสดุที่ใช้ทำเป็นตัวเครื่อง iPhone 6s ที่เปลี่ยนมาเป็น 7000 Series Aluminum ที่มีความแข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจน รวมทั้งน้ำหนักที่มากขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แตกต่างมากค่ะ

นี่ก็เป็น 6 ความแตกต่างหลักๆ ที่เพิ่มขึ้นมาใน iPhone 6s ที่เห็นได้ชัดๆ อย่างอื่นที่ลองใช้แล้วไม่ค่อยรู้สึก ขอข้ามไปนะคะ 555

iPhone 6s เหมาะกับใคร?

สำหรับอุ้ม ถ้าใช้ iPhone 6 อยู่ แทบไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนเป็น iPhone 6s เลยค่ะ นอกจากอยากได้สี Rose Gold หรือว่าอยากได้กล้องที่ถ่ายได้ดีขึ้น หรืออยากลองเล่น 3D Touch หรือรำคาญกับ Touch ID ที่ช้า อันนี้ถึงอยากให้เปลี่ยนนะคะ แต่ถ้าใครใช้ iPhone 5 / 5s มา ก็น่าขยับมาเป็น iPhone 6s เหมือนกันนะคะ เพราะนี่คือ iPhone ที่ดีที่สุดในนาทีนี้ (รุ่นใหม่ล่าสุดนี่นา 555)